เยี่ยมบ้านปลานวลจันทร์ทะเล ดูการจัดการเพื่อลดต้นทุนฟาร์มด้วย “พลังงานทดแทน”

ปลานวลจันทร์ทะเล (ขนาดที่นิยมบริโภค)

เยี่ยมบ้านปลานวลจันทร์ทะเล
ดูการจัดการเพื่อลดต้นทุนฟาร์มด้วย “พลังงานทดแทน”

“ปีต่อไป ได้ไปที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ ซึ่งมีสถานีประมงที่คลองวาฬ เขาเลี้ยงปลา ที่เป็นปลาทะเล เรียกว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เขาจับปลานวลจันทร์ทะเลที่เล็กๆ ที่อยู่ในทะเลเอามาขาย และสำหรับเลี้ยงในบ่อ ในบ่อ ซึ่งถ้าเลี้ยงในบ่อ น้ำมันจืดลง ปลานวลจันทร์ทะเลนั้น ก็เติบโตได้ เป็นอันว่าจะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้าน ไปซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อ เราซื้อให้ ไปซื้อเอามาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ และเมื่อปล่อยแล้วมันก็เติบโต เติบโตดี ปีหนึ่งมันเติบโตมาขายได้เป็นเงิน เป็นหลายแสน แต่ว่าชาวบ้านไม่ค่อยสนใจ จึงเลิก ปลานวลจันทร์ทะเลมันไม่ มันไม่เติบโต เอ้อมันไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ในอ่าง มันจะแพร่พันธุ์ได้แต่ในทะเล แต่ก็ยังไงก็จับได้ และค้าขายได้ ซึ่งถ้าสมมติว่า ไปซื้อมาแล้วมาปล่อย แล้วก็ดูแล และถึงเวลาก็ขาย ก็เป็นอาชีพที่ดี”
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้า ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2544
ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และทีมวิจัยลูกหมุน NEV

          สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัย “ลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้าและมอเตอร์” (New Energy Ventilator : NEV) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งประดิษฐ์ลูกหมุนระบายอากาศให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าร่วมกับเซลล์แสงอาทิตย์ในการประจุกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้มากขึ้น พร้อมต่อยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่พัฒนาแล้วสู่การใช้ประโยชน์ 3 พื้นที่ โดยคณะนักวิจัยฯ ได้ทูลเกล้าถวาย “ลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้าและมอเตอร์” เพื่อใช้ใน “โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสาน ตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี  “ศูนย์วิจัยข้าว” จ.อุบลราชธานี และ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์” จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าลูกหมุนระบายอากาศนี้สามารถลดความร้อนภายในอาคารที่ติดตั้งได้ นอกจากนี้ยังสามารถลดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้สำหรับส่องสว่างในเวลากลางคืน ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าของหน่วยงานดังกล่าวได้อย่างน่าพอใจ

สำหรับ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์” เป็นหน่วยงานในสังกัดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 448 หมู่ที่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปทางใต้ประมาณ 7 กม. เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2496 โดยเมื่อเริ่มต้นมีชื่อว่า สถานีประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (สถานีประมงคลองวาฬ) มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม ทดลอง และส่งเสริมการเลี้ยง ปลานวลจันทร์ทะเล (Chanos chanos Forskal) ซึ่งสำรวจพบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ พื้นที่แห่งนี้

ติดตั้ง NEV ผลิตไฟฟ้าส่องสว่างถนนเข้าฟาร์ม

          นายธเนศ พุ่มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันการดำเนินงานด้านการส่งเสริมเลี้ยง “ปลานวลจันทร์ทะเล” ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะเป็นหน่วยงานสนองแนวพระราชดำริ ซึ่งสืบเนื่องมาจากปี พ.ศ.2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่สถานีประมงคลองวาฬ และทรงทอดพระเนตรการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลเป็นครั้งแรกที่นี่ ซึ่งทำให้ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ต่อมาในปี 2540 โดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อนจู่ๆ ในระหว่างที่กรมประมงเข้าเฝ้าเพื่อถวายงาน ที่วังไกลกังวล หัวหิน ทรงมีรับสั่งขึ้นมาถึงเรื่องการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลว่าไปถึงไหนแล้ว สร้างความตกตะลึงกันอย่างมากให้กับคณะเจ้าหน้าที่ของกรมประมง เพราะทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านความจำเป็นเลิศ แม้ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยมาหลายปีแล้วก็ตาม กับอีกคราวหนึ่งในปี 2544 ทรงมีพระราชดำรัสที่พระราชทานเกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลอีกครั้ง (ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งที่อัญเชิญไว้ข้างต้น)

ติดตั้ง NEV (สีฟ้า) ช่วยลดความร้อนพร้อมไฟฟ้าส่องสว่างในอาคารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ทำให้กรมประมงต้องเร่งทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับด้านการเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลกันมาอย่างเกาะติด เพื่อสนองแนวพระราชดำริ กระทั่งสามารถประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการผสมเทียม เพื่อเพิ่มจำนวนพ่อแม่พันธุ์และลูกปลาให้มีเพียงพอ การมีเทคนิคการเลี้ยงในระบบปิดหรือ “บ่อดิน” การจัดการที่ช่วยเพิ่มอัตรารอดสู่การผลิตปลาเนื้อเศรษฐกิจ และยังร่นระยะเวลาในการเลี้ยงให้สั้นลงได้ เฉลี่ย 7-8 เดือน/รุ่น/รอบการผลิต รวมถึงยังมีการพัฒนาเรื่องการแปรรูปปลาเพื่อเพิ่มมูลค่าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ การสาธิตแนะนำเมนูอาหารจากปลานวลจันทร์ทะเลให้กับทางร้านอาหาร-ภัตตาคารอยู่ในพื้นที่ ได้รู้จักและนำเสนอกับลูกค้า/ผู้บริโภคมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติกันต่อไป จากการที่เป็นปลามีรสชาติดี กินอร่อยมาก ซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคในต่างประเทศหลายประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเราอย่าง อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น แต่ว่าก็มีอุปสรรคเรื่อง “ก้างเยอะ” ถ้าไม่รู้จักวิธีการเตรียมวัตถุดิบ ส่งผลให้ช่วงหนึ่งได้ซาความนิยมในการเลี้ยงไป ชาวบ้านเริ่มหันไปสนใจการเลี้ยงปลาชนิดอื่นที่กำลังมาแรงแทน สามารถสร้างความนิยมกลับมาได้พร้อมเกิดกลุ่มอาชีพการแปรรูปปลาตามมาจนถึงในปัจจุบันนี้

บ่อดิน (ระบบปิด) เพื่อการเลี้ยงขุนปลานวลจันทร์ทะเลสู่ปลาเนื้อ

ขณะที่การดำเนินงานด้านระบบฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลซึ่งต้องอาศัย “พลังงานไฟฟ้า” สำหรับระบบการให้ออกซิเจนในบ่อปลาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเรื่องของแสงสว่างในเวลากลางคืนทีมเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานฟาร์ม นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ ก็ยังมีงานวิจัยด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ ที่สำคัญอีกหลายชนิดด้วย ซึ่งคิดเป็นภาระต้นทุนค่าพลังงานไฟฟ้าในส่วนนี้รวมกันกว่า 2 แสนบาท/เดือน เพราะต้องจ่ายในอัตราเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น การพยายามลดต้นทุนด้านพลังงานจึงเป็นภารกิจหนึ่งของผู้บริหารศูนย์ฯ ทุกยุคจำเป็นต้องมองหาแหล่ง “พลังงานทดแทน” เพื่อเข้ามาเสริมในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งการได้รับสนับสนุนจาก วช. ในครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกขั้นการพัฒนาที่ส่งผลให้อย่างน่าพอใจ

ด้านคณะนักวิจัยฯ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เอกกมล บุญยะผลานันท์ จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า สำหรับการติดตั้ง “ลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้า” (NEV) ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ การผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานร่วมระหว่าง “แสงอาทิตย์” และ “พลังงานลม” เป็นการพัฒนาแหล่งพลังงานร่วม โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้สูง แต่ผลิตได้เฉพาะเวลากลางวันที่มีแสงแดดจัด นำมาร่วมกับพลังงานลมซึ่งผลิตได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากกระแสลมทะเลมีปริมาณมากและต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ผลิตไฟฟ้าได้ต่ำ นำมาใช้งานร่วมกัน โดยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cell) ร่วมกับลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้า จากนั้นการออกแบบและสร้างระบบควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า ได้ใช้แนวคิดในการประจุกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ด้วยวิธีการค้นหาพลังงานสูงสุดร่วมกับลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้าบนหลังคาอาคาร โดยที่ลูกหมุนฯ นั้นสามารถติดตั้งบนหลังคาของอาคารได้เลยเหมือนการติดตั้งลูกหมุนระบายอากาศทั่วไป ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะต่อเข้ากับชุดควบคุมการประจุเพื่อเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ชนิด Deep Cycle หลังจากนั้นจะทำการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าเข้ากับระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อใช้งานด้านระบบส่องสว่าง เพื่อให้แสงสว่างสำหรับถนนและพื้นที่ทั่วไป ทั้งนี้ โดยทีมวิจัยได้ทำการติดตั้ง Solar cell และลูกหมุน NEV เพื่อจ่ายกระแสไฟให้กับระบบแสงสว่างภายในอาคารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อาคารโรงจอดรถยนต์ และไฟถนน ซึ่งประกอบด้วย โคมไฟ (LED) 12 W จำนวน 35 ดวง ใช้พลังงานทั้งหมด 420 Wh เฉลี่ยเปิดไฟทั้งคืนประมาณ 12 ชม. ใช้พลังงาน 5,040 Wh หรือประมาณ 5 kWh/คืน

แสงสว่างจากหลอด LED 12 W พลังงานทดแทนจากลูกหมุน NEV
โรงจอดรถที่ไม่มืดมิดเพราะมีไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

ขณะที่ทีมงานร่วมวิจัย นายระพี บุญบุตร จากห้างหุ้นส่วนจำกัด อาทิตย์เวนติเลเตอร์ ได้กล่าวเสริมว่า หลักการของการสร้างพลังงานที่จะสร้างประโยชน์เสริมให้กับลูกหมุนจะไม่ทำให้ประสิทธิภาพการระบายอากาศลดลง เนื่องจากลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้า ( NEV) จะทำงานได้ตามปกติแม้ในสภาวะความเร็วลมต่ำ และเมื่อมีความเร็วลมมากขึ้น ลูกหมุนจึงจะเก็บพลังงานมากขึ้นตามหลักการของ PWM (Pulse Width Modulated) แบตเตอรี่จะถูกชาร์จด้วยกระแสที่สูงเป็นจังหวะที่ความถี่สูงขึ้นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จ และด้วยการควบคุมอย่างชาญฉลาดของ MCU (Microcontroller) ให้เกิดการจัดการพลังงานนำพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ย้อนกลับสู่ลูกหมุนในเวลาที่ไม่มีลมจากภายนอกอีกด้วย ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของลูกหมุน NEV เช่น ให้แสงสว่างโดยต่อเข้ากับชุดหลอดไฟแบบต่างๆ สามารถชาร์จไฟ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ ได้ หลังจากการติดตั้งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ พบว่า สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 5 ยูนิต/คืน หากเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าบ้าน (5 บาท/ยูนิต) จะเท่ากับ 25 บาท/คืน ประมาณ 750 บาท/เดือน หรือต่อปีประมาณ 9,000 บาท

ลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระแสไฟฟ้าและมอเตอร์ (NEV) ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม ประจำปี 2556 และยังได้รับมาตรฐานสากลรับรองจาก 5 ประเทศ การขึ้นบัญชีผลงานนวัตกรรมไทย การจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ เป็นต้น ความน่าสนใจสำหรับภาคครัวเรือน (บ้านพักอาศัย) สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองฉุกเฉินกรณีไฟฟ้าดับ  หรือชาร์จไฟ-จ่ายไฟให้กับโทรศัพท์มือและอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เกิน 12 V ที่ใช้งานได้อีกด้วย ปัจจุบันมีการผลิตในเชิงพาณิชย์แล้วโดย “อาทิตย์เวนติเลเตอร์” ราคาจำหน่ายต่อ 1 ชุดสามารถเข้าถึงได้เพียง 18,000 บาทเท่านั้น

ผลผลิตปลาเนื้อที่เลี้ยงในบ่อดินโดยกลุ่มชาวบ้าน
ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากปลานวลจันทร์ทะเล (ปลาแดดเดียวถอดก้าง)
ผู้สนใจศึกษาดูงานฟาร์มเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ โทร. 032-661398, 089-927-3459 หรือต้องการติดตั้งเพื่อใช้งาน “ลูกหมุนระบายอากาศผลิตกระไฟฟ้า” (NEV) ติดต่อที่ อาทิตย์เวนติเลเตอร์ โทร.0-2943-1813, 0-2943-1269

นวัตกรรมพืชสวนแห่งประเทศเนเธอร์แลนด์: ผู้นำในด้านการรับมือความท้าทายของกลุ่มอุตสาหกรรม

26/07/2018

สสส. ประกาศผลมอบรางวัล “โครงการนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ” บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ “นักนวัตกร” เพื่อสร้างเสริม “สุขภาวะ” คนไทย

26/07/2018

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *