ไร่อินทผลัมเลิศรส จากทดลองปลูกสู่วัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมฯ

ไร่อินทผลัมเลิศรส
จากทดลองปลูกสู่วัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรมฯ

“สนอง กล่อมประเสริฐ” เถ้าแก่ใหญ่โรงงานเครื่องดื่มสูตรชาววัง “เลิศรส” ปิ๊งไอเดียต่อยอดผลผลิต “บาฮี” อินทผลัมผลสด ใช้แทนน้ำตาล เพิ่มความหวาน เครื่องดื่มสูตรใหม่เอาใจคนรักสุขภาพ พัฒนาสู่รสชาติหลากหลายตามความเข้มข้นที่แตกต่าง จากน้ำอินทผลัมสกัด 25% ,30% , 50% จนไปถึง pure แบบ 100% ดีต่อสุขภาพและดีต่อใจ เพราะราคาจำหน่ายคนทั่วไปเข้าถึง แถมคนปลูกก็มีความหวัง ตลาดรองรับอินทผลัม ยังไปต่อได้อีกยาวไกล!!?
คุณสนอง กล่อมประเสริฐ เจ้าของไร่อินทผลัมเลิศรส

เจ้าของตำนานซาเล้งพันล้าน บิ๊กเสี่ย! ผู้กล่าวอย่างถ่อมตนเสมอ ว่า ผมมาจากคนจนมาก่อน ในวันนี้เขาคือเจ้าของ บริษัท เลิศรส เบฟเวอเรจ อินเทสตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ “เลิศรส” สูตรชาววัง อาทิ เต้าหู้นมสด น้ำเก็กฮวย ลำไย กาแฟ ชาเขียว นมเย็น ฯลฯ และไม่เพียงเท่านั้นเรื่องการเกษตรเขาคนนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร “สนอง กล่อมประเสริฐ” ก่อนหน้าเคยทำมาแล้วอย่างหลากหลาย ทั้ง ปลูกฝรั่งสายพันธุ์จากจีน และฟิกซ์หรือมะเดื่อฝรั่ง การเลี้ยงปลาดุกรัสเซียและกบเนื้อ (พันธุ์ลูกผสม) เป็นต้น ด้วยใจรักในงานเกษตรที่มีอยู่ส่วนตัว ล่าสุดถึงคิวเปิดตัวพืชเศรษฐกิจใหม่อย่าง “อินทผลัม” ที่ซุ่มทดลองและพัฒนาด้านการผลิตมานานกว่า 3 ปี โดยเจ้าตัวเผยว่า เป็นอินทผลัมผลสด (บริโภคแบบผลสด) ปลูกทดลองจนได้ผลดีแล้ว มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ บาฮี (Barhi) และ อัม เอ็ด ดาฮาน (UM UD DAHAN) ซึ่งทั้งสองพันธุ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของอินทผลัมเพื่อการบริโภคแบบสดติดอันดับต้นๆ ของโลก รสชาติดีที่สุด หวานกรอบ อร่อย และเพื่อให้คงคุณสมบัติเด่นที่ตรงตามสายพันธุ์ จึงเลือกใช้ต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสั่งตรงมาจากเนอสเซอรี่ DPD ประเทศอังกฤษ สำหรับการปลูก

บรรยากาศการเปิดสวนให้ผู้สนใจเข้าชมการผลิต

คุณสนอง เล่าให้ฟังอีกว่า การเปิดสวนเพื่อจำหน่ายผลผลิตอย่างเป็นทางการในปีนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ตนเองเห็นแล้วว่า ทั้งความสนใจด้านคุณค่าทางโภชนาการสูง มีความหวานใช้แทนน้ำตาลได้ (เป็นน้ำตาลดี) ไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วน จากครั้งแรกเลยที่ทำให้สนใจพืชอย่าง “อินทผลัม” จนกระทั่งนำมาสู่การทดลองปลูกดู และผลที่ได้ คือ เรื่องของแหล่งปลูกซึ่งทำให้มั่นใจแล้วว่า ถิ่นดินเหนียว+น้ำใต้ดินมาก และสภาพน้ำแบบน้ำกร่อย-น้ำเค็ม ก็สามารถปลูกและให้ผลผลิตที่ดีได้ แถม “รสชาติ” ยังเรียกได้ว่า หวานกว่าทุกที่อีกด้วย บทพิสูจน์จากต้น 1 ปี 8 เดือน ทำความหวานได้วัดค่าออกมา 32 บริกซ์ เก็บเกี่ยวที่อายุ 132 วัน ขณะที่เต็มที่คือ 150 วัน ซึ่งปัจจุบันมีแปลงปลูกทดลองอยู่ทั้งหมด 3 แปลง รวม 260 ต้น แบ่งเป็น แปลงที่ 1 ปลูกบนพื้นที่ดินจืดไม่ยกร่อง สายพันธุ์บาฮี จำนวน 110 ต้น เป็นต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพศเมียทั้งหมด ปลูกเว้นระยะห่าง 6×6 เมตร อายุต้นได้ 2 ปี 5 เดือน ให้ผลผลิตปีนี้เป็นปีแรก แปลงที่ 2 ปลูกบนพื้นที่ดินเค็มแบบยกร่อง สายพันธุ์บาฮี จำนวน 60 ต้น เป็นต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพศเมียทั้งหมด ปลูกเว้นระยะ 7×7 เมตร อายุต้นได้ 1 ปี 8 เดือน ให้ผลผลิตปีนี้เป็นปีแรก แปลงที่ 3 ปลูกบนพื้นที่ดินจืดแบบยกร่อง สายพันธุ์บาฮี จำนวน 90 ต้น เป็นต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพศเมียทั้งหมด ปลูกเว้นระยะห่าง 7 x7 เมตร อายุต้นได้ 1 ปี 8 เดือน ให้ผลผลิตปีนี้เป็นแรก และอีกแปลงปลูกอยู่ที่ จ.ราชบุรี จำนวน 120 ไร่ ปลูกไปแล้วประมาณ 3,000 ต้น ซึ่งคาดว่าปีหน้า (2562) จะเริ่มให้ผลผลิตได้

บาฮีต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออายุ 2 ปี 5 เดือน
แปลงนี้อยู่ข้างโรงงานฯ สภาพดินปลูกเป็นดินจืด

ไขข้อข้องใจเรื่องสภาพของแหล่งปลูกอีกสักนิด ซึ่งคุณสนองได้ขยายความให้ฟังว่า เนื่องจากดินที่นี่ (จ.สมุทรสาคร) ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว-ดินแน่น แถมมีน้ำใต้ดินมากหรือเรียกว่า สภาพเป็นดินชุ่มน้ำที่รากพืชสามารถได้รับน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อได้เปรียบของดินเหนียวคือ มีโปแตสเซียม (P) สูง กับสภาพน้ำซึ่งเป็นลักษณะน้ำกร่อย-น้ำเค็มด้วยในบางบริเวณของพื้นที่ และส่วนในเรื่องของการปลูก-การดูแลนั้น โดยเฉพาะเรื่องของ “การให้ปุ๋ย” คุณสนองยืนยันว่าสำคัญมากๆ เช่นกัน เพราะเคยทดลองแล้วแบบไม่ให้เลย ปรากฏว่าผลผลิตไม่มี-ไม่ออกเช่นกัน สรุปคือทั้งเรื่องดิน น้ำ และปุ๋ย ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสมให้กับอินทผลัม ยกตัวอย่างกรณีที่ให้ปุ๋ยอย่างเพียงพอและเหมาะสม (ตรงตามช่วงที่พืชต้องการใช้) เห็นได้ชัดเลย คือ ต้นอายุเพียง 1 ปี 8 เดือน ก็สามารถให้ผลผลิตแล้ว ซึ่งเป็นความบังเอิญจากการใส่ปุ๋ยผิดแปลง (ผิดสูตร) เพราะจริงๆ แล้วควรให้ต้นอายุมากกว่านี้หรือมีขนาดสะโพกเท่ากับตัวของเราก่อนจะดีกว่า และมาถึงในปีนี้มีต้นที่อายุได้แล้ว คือ อายุ 2 ปี 5 เดือน สมควรให้ผลผลิตได้ ซึ่งเริ่มทำการผสมเกสรให้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วหลังจากนั้นการดูแล คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคมจะให้ปุ๋ยสูตรสะสมอาหาร ทุก 15 วัน/ครั้ง พอถึงมกราคมจะเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเพราะกุมภาฯ ต้นอินทผลัมจะแทงจั่นออกมา ในช่วงนี้จะต้องเน้นฉีดพ่น แคลเซียมโบรอน ทุก 10-15 วัน/ครั้ง ช่วงพฤษภาคมมีการฉีดพ่นฮอร์โมนทั้งธาตุหลัก-รอง ทุก 10-15 วัน/ครั้ง และพอกรกฎาคม (ช่วงไปเยี่ยมที่แปลงวันที่ 22 ก.ค.61) ปรากฏว่ามีบางแปลงที่ผลสุกจัดและได้เก็บไปจนหมดแล้ว ส่วนที่ยังมีเหลืออยู่นี้ก็ทยอยๆ เก็บไปจนกว่าจะหมดราวตุลาคม-พฤศจิกายน

เถ้าแก่โรงงานเครื่องดื่ม “เลิศรส” ยังพูดถึง ตลาดของอินทผลัม ด้วยว่า ปีนี้ตนเองทดลองเปิดราคาผลสดจำหน่ายอยู่ที่ 500 บาท/กก. สำหรับพันธุ์บาฮี และอีกราคาคือ 700 บาท/กก. สำหรับพันธุ์อัมเอ็ด ดาฮาน จุดประสงค์ก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะหากเทียบกับราคานำเข้ามาแล้วก็พอๆ กัน แต่ว่านี่เป็นผลผลิตจากสวนในประเทศไทยเอง ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพที่ได้และความสดใหม่ย่อมดีกว่า หรือแม้กระทั่งการทดลองนำไปวางขายข้างทางคล้ายกับผลไม้ไทยเราหลายๆ ชนิด พบว่าการตอบรับจากผู้บริโภคค่อนข้างดีถึงขั้นใช้ได้เลย! โดยเฉพาะปรากฏการณ์ใหม่คือ ลูกลาย หรือปกติจะมองกันว่าผิวลายคือผลไม่สวย แต่กับตลาดซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนทั่วไปที่ซื้อหานำไปบริโภคในครัวเรือน กลับกลายเป็นว่าคือความเชื่อมั่นทางด้านของ “รสชาติ” ที่ดีกว่าผลที่มีผิวสวยๆ อีกทั้งยังบ่งบอกว่ามีความปลอดภัย หรือปลอดสารมากกว่าด้วย ซึ่งเป็นข้อสรุปใหม่อีกข้อให้กับการผลิต จากเดิมมีการห่อผิวและช่อให้อย่างดี แต่จากนี้ในเมื่อตลาดอีกกลุ่มหนึ่งต้องการผลผลิตแบบไม่ต้องสวยมากหรือมีลายก็ได้ การไม่ต้องห่อผลก็ช่วยทำให้ลดต้นทุนได้ส่วนหนึ่ง แต่ว่าขณะเดียวกันก็ยังมีตลาดอีกกลุ่มที่อาจต้องการผิวสวยด้วย ฉะนั้นการผลิตก็ต้องผสมผสานกันไปด้วย

บาฮีผลสดที่การันตีความหวาน 30 บริกซ์ขึ้น
อัม เอ็ด ดาฮาน อินทผลัมผลสดจากอิรัก
เปิดจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปและผลสดภายในงาน

สำหรับการต่อยอดผลผลิตสู่ผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” ก็เป็นอีกรูปแบบของการทำตลาด มาจากความตั้งใจแต่แรกอยู่แล้วซึ่งต้องการจะพัฒนา เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งต้องการจะหลีกเลี่ยง “น้ำตาล” สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ สามารถทดแทนด้วย “น้ำตาลดี” จากอินทผลัมผลสดที่มีข้อมูลทางด้านโภชนาการยืนยันแล้วว่า ใช้ได้และไม่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพ หรือเรียกว่าไม่ทำให้เป็นโรคอ้วน ทั้งนี้ การนำมาใช้ในลักษณะของสูตรตามความเข้มข้นต่างๆ เป็นการนำน้ำอินทผลัมสกัด (การคั้นจากผลสด) ในอัตราความเข้มข้น เช่น 25% 30% หรือ 50% เพื่อทดแทนน้ำตาลในสูตรน้ำผลไม้นั้นๆ ที่เคยใช้อยู่ เพื่อให้มีปริมาณลดน้อยลง-ไม่มีเลย เช่น สูตรที่ใช้น้ำอินทผลัมสกัดเข้มข้นแบบเพียว 100% ซึ่งจะไม่ใส่น้ำตาลเลย เป็นต้น สามารถทำได้อย่างหลากหลายรสชาติ ถือเป็นการปฏิวัติวงการน้ำผลไม้ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ขณะที่ราคาจำหน่ายจะเริ่มต้นเพียง 35 บาท/ขวด หรือสูงสุดในขณะนี้คือ 150 บาท/ขวด สำหรับสูตร 100% เท่านั้น

น้ำอินทผลัมเพื่อสุขภาพในรสชาติต่างๆ สูตรเด็ดจากเลิศรส

และด้วยนโยบายทางการตลาดของบริษัทฯ เอง ตลอดระยะเวลาที่เปิดดำเนินธุรกิจมาคือเน้น คุณภาพ (อร่อยแล้วบอกต่อ) นำการตลาด โดยมีคู่ค้าที่สำคัญเป็นกลุ่มร้านโชห่วย-ร้านขายของชำ (ที่มีตู้แช่) จากทั่วประเทศซึ่งทำการค้าขายกันมานาน จะไม่เน้นขึ้นห้างฯ หรือการซื้อขายระบบใช้เครดิต คือไม่ทำเลยแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ดังนั้นต่อไปหากว่าตลาดเครื่องดื่มจากน้ำอินทผลัมสามารถเดินได้แล้ว ความต้องการวัตถุดิบผลิตย่อมมีเพิ่มขึ้นแน่นอน ในปีนี้เองจึงได้มีการริเริ่มโครงการรวมกลุ่มผลิต-รวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ครบวงจร ถือหุ้นในรูปแบบบริษัท เพื่อการจัดสรรทั้งด้านต้นทุนการผลิตและกำไรที่ได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นมีสมาชิกแล้ว 25 ราย คิดเป็นพื้นที่ผลิตกว่า 12,000 ต้นจากทั่วประเทศ   ซึ่งจะเป็นหลักประกันด้านตลาดให้กับสมาชิกในอีก 4 ปีข้างหน้า หลังจากผลผลิตออกมา สามารถขายได้ทั้งผลสดและแปรรูป สร้างรายได้ที่คุ้มค่าให้อย่างยั่งยืนต่อไป

(คลิป) บทพิสูจน์อินทผลัมผลสดในถิ่นน้ำเค็ม จ.สมุทรสาคร ไร่อินทผลัมเลิศรส

สนใจเยี่ยมชมการผลิต “ไร่อินทผลัมเลิศรส” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากน้ำอินทผลัมต้องการนำไปจำหน่ายติดต่อได้ที่ 22/4 หมู่ 2 ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โทร.084-319-8558
ยุคทองอินทผลัมผลสด 5 ภาค โดยสำนักพิมพ์นาคา

#วว.โชว์ผลงานวิจัยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพารา ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม #มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติประจำปี 2561 วันที่ 9-13 สิงหาคมนี้

02/08/2018

เพาะเห็ดป่าร่วมไม้เศรษฐกิจ “ยางนา” สร้างรายได้ไม่รู้จบจากภาวะความเกื้อกูล

02/08/2018

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *